ค้นหาบล็อกนี้

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

การใช้ Get to...

 Get to + สถานที่  = ไปถึง

ตัวอย่าง

I get to the hospital. ฉันไปถึงโรงพยาบาล

I get to school. ฉันไปถึงโรงเรียน

I need to get to the airport by 9.00 am. ฉันต้องไปถึงสนามบิน 9 โมง

Get home / there / here ไม่ต้องเติม to

I have to get home. ฉันต้องไปถึงบ้าน

I hope you get there. ฉันหวังว่าคุณจะไปถึงที่นั่น

They helped us to get here. พวกเขาช่วยเราให้มาถึงที่นี่

Get to + V1 = ได้ทำ

John gets to be a boss for one day. จอห์นได้ตำแหน่งเป็นเจ้านายหนึ่งวัน

Jessy will get to interview the President this Friday.

เจสซี่จะได้สัมภาษณ์ท่านประธานาธิบดีศุกร์นี้

I get to spend time with the mom only on weekend.

ฉันได้ใช้เวลากับแม่เฉพาะเสาร์อาทิตย์เท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีสำนวน Get อีกมากมาย เช่น

Get up – ตื่นนอน  หรือจะแปลว่า ลุกขึ้น


Get used to – หมายถึง คุ้นเคย คุ้นชิน กับอะไรบางอย่าง เช่น  It’s so hot outside. ข้างนอกร้อนอย่างแรงส์ 

Get used to it. Weren't you born here? ชินได้แล้ว ทำยังกะไม่ได้เกิดที่นี่ 


Get a job – หางานทำ เช่น You should go get a job if you’re doing nothing.


Get into - หมายถึง ติด  เช่น These days, John is really getting into playing football. ช่วงนี้จอห์นนี่ติดเล่นฟุตบอลงอมเลย

I have been getting into painting recently. ฉันเริ่มสนใจวาดรูปเมื่อไม่นานที่ผ่านมา


Get started – ใช้ เวลาจะเริ่มต้น(ทำ)อะไรซักอย่าง เช่น  Alright, let’s get started. 


Get together - คือ นัดมาเจอกัน มาพบปะ กันนั่นเอง 

เช่น Let’s get together this weekend. My Wife is out of town. เจอกันหน่อยอาทิตย์นี้ว่างมาก เมียไม่อยู่


Get to know –  มีโอกาสได้...

เช่น to get to know someone ก็คือ ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับใครสักคน 

เช่น I’m starting a new job next week. Hopefully, I’ll get to know a lot of people. อาทิตย์หน้าเริ่มงานใหม่แล้ว หวังว่าจะได้ทำความรู้จักคนที่ทำงานใหม่เยอะ ๆ นะ

 




วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การเขียนจดหมายแบบไม่เป็นทางการ และ ไม่เป็นทางการ



การเขียนจดหมายแบบเป็นทางการ

หากคุณทราบชื่อของบุคคลที่คุณเขียนถึง ให้เริ่มการเขียนจดหมายของคุณโดยการใช้ Dear Mr. (สำหรับ
ผู้ชาย), Dear Mrs. (สำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว), Dear Miss (สำหรับผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน) หรือ Dear Ms. (สำหรับผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงานหรือไม่ทราบสถานภาพสมรส) ตามด้วยนามสกุล ตัวอย่างเช่น

Dear Mr. Smith,                เรียนนายสมิทธ์
Dear Mrs. Jones,              เรียนนางโจนส์
Dear Miss Richards,         เรียนนางสาวริชาร์ด
Dear Ms Shepherd,           เรียนคุณเชฟฟาร์ด

หากคุณไม่ทราบชื่อ ให้เริ่มต้นด้วยคำต่อไปนี้

Dear Sir,               เรียนผู้ที่เกี่ยวข้อง (ถึงผู้ชาย)
Dear Madam,       เรียนผู้ที่เกี่ยวข้อง (ถึงผู้หญิง)
Dear Sir or Madam,         เรียนผู้ที่เกี่ยวข้อง (ถึงผู้ชายหรือผู้หญิง)

ตัวอย่างสิ่งที่คุณควรจะเขียนในจดหมายแบบเป็นทางการ

I am writing in reply to your letter of 4 September regarding your outstanding invoice.   ผม/ดิฉันเขียนมาเพื่อตอบกลับจดหมายของคุณที่เขียนมาเมื่อวันที่ 4 กันยายนเกี่ยวกับใบแจ้งหนี้ค้างชำระ

Further to our conversation, I'm pleased to confirm our appointment for 9.30am on Tuesday, 7 January. จากการสนทนาของเรา ดิฉัน/ผมยินดีที่จะยืนยันนัดของเราในวันอังคารที่ 7 มกราคม เวลา 9.30 น.

I would be grateful if you could attend to this matter as soon as possible.  ผม/ดิฉันคงจะยินดีมากหากคุณจัดการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด

If you would like any further information, please don't hesitate to contact me. หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผม/ดิฉัน

ใช้ประโยคต่อไปนี้ในตอนท้ายของจดหมาย

I look forward to hearing from you. ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบกลับจากคุณ

หากคุณเริ่มต้นจดหมายด้วย Dear Mr., Dear Mrs., Dear Miss หรือ Dear Ms. คุณควรจะลงท้ายจดหมายของคุณด้วยถ้อยคำต่อไปนี้

Yours sincerely,                ขอแสดงความนับถือ

อย่างไรก็ตาม หากคุณเริ่มต้นจดหมายของคุณด้วย Dear Sir, Dear Madam หรือ Dear Sir or Madam ให้ใช้คำดังต่อไปนี้

Yours faithfully,                ขอแสดงความนับถือ

เซ็นชื่อตอนท้ายจดหมายของคุณตามด้วยชื่อเต็มคุณตัวบรรจง


การเขียนจดหมายแบบไม่เป็นทางการ

เริ่มจดหมายของคุณโดยใช้คำว่า Dear ต่อด้วยชื่อของบุคคลซึ่งคุณเขียนถึง ตัวอย่างเช่น

Dear Mark,         สวัสดีมาร์ค
Dear Jane,           สวัสดีเจน

นี่เป็นบางสิ่งที่คุณอาจพูด

Thanks for your …            ขอบคุณสำหรับของคุณ

letter     จดหมาย
postcard              ไปรษณียบัตร
present                ของขวัญ
invitation             คำเชิญ

Sorry it's taken me so long to write.         ขอโทษที่ใช้เวลานานกว่าจะตอบกลับ
I hope you're well.                                      ฉันหวังว่าคุณจะสบายดี
Good to see you again last week.             ดีใจที่ได้เจอคุณอีกสัปดาห์ที่แล้ว
Look forward to seeing you soon!            หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้พบคุณเร็ว ๆ นี้!

ตัวอย่างการลงท้ายจดหมายแบบไม่เป็นทางการ

Best wishes,       ด้วยความปรารถนาดี
Kind regards,     ด้วยความปรารถนาดี

ถ้าเขียนจดหมายถึงสมาชิกในครอบครัว คู่หู หรือเพื่อนสนิท คุณสามารถลงท้ายจดหมายด้วยคำต่อไปนี้
Love,     รัก

ลงท้ายด้วยชื่อของคุณ
การเขียนอีเมล

การเขียนอีเมล ไม่ว่าจะสำหรับธุรกิจหรือเหตุผลทางสังคม โดยปกติจะเขียนแบบไม่เป็นทางการมากกว่าการเขียนจดหมาย

อีเมลคุณควรมีหัวเรื่องที่สรุปเป้าหมายของการเขียนนั้น 2-3 คำ

การเริ่มอีเมลธุรกิจนั้นต่างกันไป แม้ว่าโดยปกติจะเริ่มด้วยชื่อสำหรับทั้งอีเมลธุรกิจและอีเมลส่วนตัว หากคุณรู้จักผู้รับ

ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่า Dear แม้ว่าบางคนชอบที่จะใช้มากกว่า

หากพูดโดยทั่วไปแล้ว เนื้อหาของอีเมลธุรกิจควรสั้นและตรงประเด็น

หากคุณมีเอกสารแนบ ตรวจให้แน่ใจว่าคุณกล่าวถึงเอกสารดังกล่าวในข้อความในอีเมลของคุณด้วย

ในการลงท้ายอีเมลส่วนตัว คุณสามารถใช้สำนวนเดียวกับจดหมายไม่เป็นทางการ

ความนิยมในการท้ายอีเมลธุรกิจต่างกันไป แต่ต่อไปนี้คือวลีที่เหมาะสม

Regards,              ขอแสดงความนับถือ
Kind regards,     ขอแสดงความนับถือ
Best regards,     ขอแสดงความนับถือ
With kind regards,           ด้วยความเคารพอย่างสูง

ในอีเมลธุรกิจ คุณยังควรจะใส่ชื่อเต็มของคุณ องค์กรและข้อมูลติดต่อไว้ท้ายอีเมลด้วย
































ขอบคุณที่มา  : http://th.speaklanguages.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9/%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B5/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5