ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568

Tenses ฉบับสมบูรณ์: Simple Present, Simple Past, และ Simple Future

 เรียนรู้ Tense 3 แบบที่จำเป็นที่สุดในภาษาอังกฤษ พร้อมตัวอย่างประโยคและบทสนทนาที่เข้าใจง่ายและใช้ได้จริง เพื่อให้คุณสื่อสารได้คล่องแคล่วและถูกต้อง

Tenses หรือ "กาล" เป็นหนึ่งในพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของภาษาอังกฤษ เพราะช่วยให้เราระบุเวลาของเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในอดีต, ความจริงในปัจจุบัน, หรือแผนการในอนาคต วันนี้เราจะมาสรุป Tense พื้นฐาน 3 แบบที่คุณต้องรู้ไว้ให้แม่นยำ พร้อมตัวอย่างประกอบมากมายเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นค่ะ




1. Simple Present Tense (ปัจจุบันกาล)

Simple Present Tense ใช้เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เป็นกิจวัตรประจำวัน, ความจริงทั่วไป, ตารางเวลาที่แน่นอน, หรือการแสดงความรู้สึกและความชอบ

ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำหรือเป็นความจริงทั่วไป

โครงสร้าง: ประธาน + กริยาช่อง 1


ตัวอย่างประโยค 

  • He goes to the gym every day. (เขาไปยิมทุกวัน)

  • She drinks coffee in the morning. (เธอดื่มกาแฟตอนเช้า)

  • The sun rises in the east. (ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก)

  • Water boils at 100 degrees Celsius. (น้ำเดือดที่ 100 องศาเซลเซียส)

  • I study English every evening. (ฉันเรียนภาษาอังกฤษทุกเย็น)

  • They play football on weekends. (พวกเขาเล่นฟุตบอลในวันหยุดสุดสัปดาห์)

  • We live in a big city. (เราอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่)

  • My sister loves to read books. (พี่สาวของฉันชอบอ่านหนังสือ)

  • He works as a teacher. (เขาทำงานเป็นครู)

  • The train leaves at 8 a.m. (รถไฟออกเวลา 8 โมงเช้า)

  • She doesn't like chocolate. (เธอไม่ชอบช็อกโกแลต)

  • Do you know him? (คุณรู้จักเขาไหม?)

  • He always comes late. (เขามาสายเสมอ)

  • She never eats meat. (เธอไม่เคยกินเนื้อ)

  • My dog sleeps on the bed. (หมาของฉันนอนบนเตียง)

  • The earth revolves around the sun. (โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์)

  • I believe in ghosts. (ฉันเชื่อเรื่องผี)

  • She teaches French. (เธอสอนภาษาฝรั่งเศส)

  • He wants to buy a new car. (เขาต้องการซื้อรถคันใหม่)

  • The store opens at 9 a.m. (ร้านเปิดเวลา 9 โมงเช้า)

  • My parents live in a small town. (พ่อแม่ของฉันอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ)

  • Does she like pizza? (เธอชอบพิซซ่าไหม?)

  • The movie starts in ten minutes. (หนังจะเริ่มในสิบนาที)

  • I have a good memory. (ฉันมีความจำดี)

  • He feels tired after work. (เขารู้สึกเหนื่อยหลังเลิกงาน)

  • Cats like to chase mice. (แมวชอบไล่จับหนู)

  • The clock strikes twelve at noon. (นาฬิกาตีสิบสองตอนเที่ยง)

  • She takes the bus to work. (เธอขึ้นรถบัสไปทำงาน)

  • He drinks tea, but I drink coffee. (เขาดื่มชา แต่ฉันดื่มกาแฟ)

  • The factory produces cars. (โรงงานผลิตรถยนต์)

ข้อควรจำ: ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ (He, She, It) ต้องเติม -s หรือ -es ที่ท้ายคำกริยา

2. Simple Past Tense (อดีตกาล)

Simple Past Tense ใช้เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีตอย่างชัดเจน มักจะมีคำบอกเวลาที่ระบุอดีตอย่าง yesterday, last week, หรือ 2 hours ago

ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีต

โครงสร้าง: ประธาน + กริยาช่อง 2


ตัวอย่างประโยค 

  • I went to the park yesterday. (ฉันไปสวนสาธารณะเมื่อวานนี้)

  • She ate a sandwich for lunch. (เธอกินแซนด์วิชเป็นอาหารกลางวัน)

  • He played soccer with his friends. (เขาเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ)

  • They studied for the exam last night. (พวกเขาเรียนเพื่อสอบเมื่อคืนนี้)

  • We visited our grandparents last month. (เราไปเยี่ยมปู่ย่าตายายเมื่อเดือนที่แล้ว)

  • The car stopped at the red light. (รถหยุดที่ไฟแดง)

  • She didn't come to the party. (เธอไม่ได้มาที่งานปาร์ตี้)

  • Did you finish your homework? (คุณทำการบ้านเสร็จหรือยัง?)

  • He wrote a letter to his friend. (เขาเขียนจดหมายถึงเพื่อนของเขา)

  • I lost my keys this morning. (ฉันทำกุญแจหายเมื่อเช้านี้)

  • They saw a movie together. (พวกเขาดูหนังด้วยกัน)

  • She drank a glass of water. (เธอดื่มน้ำหนึ่งแก้ว)

  • He found his wallet on the street. (เขาพบกระเป๋าสตางค์ของเขาบนถนน)

  • The concert started at 8 p.m. (คอนเสิร์ตเริ่มเวลา 2 ทุ่ม)

  • She spoke to him about the problem. (เธอพูดคุยกับเขาเกี่ยวกับปัญหา)

  • We had a great time at the beach. (เรามีช่วงเวลาที่ดีที่ชายหาด)

  • He gave her a birthday present. (เขาให้ของขวัญวันเกิดกับเธอ)

  • I felt happy after I passed the test. (ฉันรู้สึกมีความสุขหลังจากสอบผ่าน)

  • She ran a marathon last year. (เธอวิ่งมาราธอนเมื่อปีที่แล้ว)

  • The phone rang loudly. (โทรศัพท์ดังเสียงดัง)

  • He told me a funny story. (เขาเล่าเรื่องตลกให้ฉันฟัง)

  • We lived in Japan for three years. (เราเคยอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเป็นเวลาสามปี)

  • The dog slept all day. (หมานอนทั้งวัน)

  • She read the whole book in one day. (เธออ่านหนังสือทั้งเล่มในวันเดียว)

  • He didn't say goodbye. (เขาไม่ได้พูดลา)

  • Did you call me? (คุณโทรหาฉันหรือเปล่า?)

  • The company opened a new branch. (บริษัทเปิดสาขาใหม่)

  • They bought a new house. (พวกเขาซื้อบ้านใหม่)

  • I broke my arm last month. (ฉันแขนหักเมื่อเดือนที่แล้ว)

  • The plane landed safely. (เครื่องบินลงจอดอย่างปลอดภัย)


3. Simple Future Tense (อนาคตกาล)

Simple Future Tense ใช้เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต, การคาดการณ์, หรือการตัดสินใจในทันที มักจะใช้โครงสร้าง "will + กริยาช่อง 1"

ใช้กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  

โครงสร้าง: ประธาน + will + กริยาช่อง 1

ตัวอย่างประโยค 

  • I will go to the gym tomorrow. (ฉันจะไปยิมพรุ่งนี้)

  • She will call you later. (เธอจะโทรหาคุณทีหลัง)

  • He will buy a new car next year. (เขาจะซื้อรถใหม่ปีหน้า)

  • They will visit us this weekend. (พวกเขาจะมาเยี่ยมเราสุดสัปดาห์นี้)

  • We will eat dinner at a restaurant. (เราจะทานอาหารค่ำที่ร้านอาหาร)

  • It will be a beautiful day. (มันจะเป็นวันที่สวยงาม)

  • I will help you with your homework. (ฉันจะช่วยคุณทำการบ้าน)

  • She will not come with us. (เธอจะไม่มากับเรา)

  • Will he be here on time? (เขาจะมาที่นี่ตรงเวลาไหม?)

  • The train will arrive at 5 p.m. (รถไฟจะมาถึงเวลา 5 โมงเย็น)

  • I think it will rain. (ฉันคิดว่าฝนจะตก)

  • She will probably get the job. (เธออาจจะได้งานนั้น)

  • They will start a new project soon. (พวกเขาจะเริ่มโครงการใหม่เร็วๆ นี้)

  • We will celebrate my birthday in June. (เราจะฉลองวันเกิดของฉันในเดือนมิถุนายน)

  • He will not forget your birthday. (เขาจะไม่ลืมวันเกิดของคุณ)

  • Will you marry me? (คุณจะแต่งงานกับฉันไหม?)

  • I will send you an email. (ฉันจะส่งอีเมลให้คุณ)

  • She will be a great leader. (เธอจะเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม)

  • We will meet at the coffee shop. (เราจะเจอกันที่ร้านกาแฟ)

  • The store will be closed tomorrow. (ร้านจะปิดพรุ่งนี้)

  • I will pay for the meal. (ฉันจะจ่ายค่าอาหารเอง)

  • The package will arrive next Monday. (พัสดุจะมาถึงวันจันทร์หน้า)

  • I will tell you the secret later. (ฉันจะบอกความลับคุณทีหลัง)

  • He will not be happy about this. (เขาจะไม่พอใจกับเรื่องนี้)

  • Will they call us? (พวกเขาจะโทรหาเราไหม?)

  • I will study harder for the next exam. (ฉันจะเรียนให้หนักขึ้นสำหรับการสอบครั้งหน้า)

  • She will probably get a promotion. (เธออาจจะได้เลื่อนตำแหน่ง)

  • He will finish the report by the end of the day. (เขาจะทำรายงานเสร็จภายในสิ้นวัน)

  • I will bring my laptop to the meeting. (ฉันจะนำแล็ปท็อปของฉันไปประชุม)

  • We will travel to Thailand next summer. (เราจะเดินทางไปประเทศไทยในฤดูร้อนหน้า)


การทำความเข้าใจ Tense ทั้ง 3 รูปแบบนี้จะช่วยให้คุณสามารถสร้างประโยคที่ถูกต้องและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ลองนำไปฝึกฝนและใช้ในชีวิตประจำวันดูนะคะ!





Tenses,Present Simple,Past Simple,Future Simple,ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ,Tense,ภาษาอังกฤษ,เรียนภาษาอังกฤษ,Grammar,

Verb,Action Verbs,Stative Verbs,ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ,คำกริยา,Parts of Speech,เรียนภาษาอังกฤษ,


Adjective,คำคุณศัพท์,ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ,Parts of Speech,เรียนภาษาอังกฤษ,English Grammar,Quantifying Adjectives,

Adverb,คำวิเศษณ์,Adverbs of Manner,Adverbs of Time,Adverbs of Place,ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ,Parts of Speech,เรียนภาษาอังกฤษ

Tenses,Present Simple,Past Simple,Future Simple,ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ,Tense,ภาษาอังกฤษ,เรียนภาษาอังกฤษ,Grammar


ไม่มีความคิดเห็น: