คำว่า "Fill me in" เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้กันบ่อยมาก มีความหมายว่า "บอกข้อมูลที่ฉันยังไม่รู้ให้หน่อย" หรือ "เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฉันฟังหน่อย"
สำนวนนี้มักจะใช้ในสถานการณ์ที่เราไม่ได้อยู่ร่วมเหตุการณ์ หรือมาถึงทีหลังและอยากรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งหมดแบบสรุปๆ เข้าใจง่าย เหมือนกับเราขอให้คนอื่นช่วย "เติมเต็ม" ข้อมูลที่ขาดหายไปให้เรานั่นเอง
ตัวอย่างบทสนทนา
สถานการณ์ที่ 1: เพื่อนกลับมาจากการประชุม
A: Hey, I'm back. I missed the first part of the meeting. Can you fill me in?
(เฮ้ ฉันกลับมาแล้ว ฉันพลาดช่วงแรกของการประชุมไป ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง)
B: Sure. We just went over the new marketing plan. Let me show you the key points.
(ได้เลย เราเพิ่งพูดคุยกันเรื่องแผนการตลาดใหม่ เดี๋ยวฉันจะบอกประเด็นสำคัญๆ ให้ฟัง)
สถานการณ์ที่ 2: เพื่อนเพิ่งมาถึงงานปาร์ตี้
A: Wow, this party is so fun! I just got here. What have I missed? Please fill me in on all the gossip!
(ว้าว ปาร์ตี้นี้สนุกจังเลย! ฉันเพิ่งมาถึงนี่เอง ฉันพลาดอะไรไปบ้างเนี่ย! ช่วยเล่าเรื่องเม้าท์ทั้งหมดให้ฟังหน่อยสิ!)
B: Oh, you won't believe it! Tom and Lisa are dating now!
(โอ๊ย เธอต้องไม่เชื่อแน่ๆ! ตอนนี้ทอมกับลิซ่ากำลังคบกันอยู่!)
สถานการณ์ที่ 3: โทรศัพท์คุยกับเพื่อนที่ป่วย
A: I'm so sorry I couldn't visit you earlier. I heard you've been sick. Fill me in on how you're doing now.
(ฉันขอโทษด้วยนะที่มาเยี่ยมไม่ได้ก่อนหน้านี้ ได้ข่าวว่าไม่สบายอยู่ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เล่าให้ฟังหน่อยสิ)
B: I'm feeling much better, thanks for asking. I just had a bad fever, but it's gone now.
(ดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณนะที่ถาม แค่เป็นไข้หนักเฉยๆ แต่ตอนนี้หายแล้ว)
ตัวอย่างเพิ่มเติม
เพื่อนร่วมงานขาดประชุมไป:
"I was on vacation last week. Could you fill me in on what I missed?"
(ฉันไปพักร้อนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าฉันพลาดเรื่องอะไรไปบ้าง?)
นัดเจอกับเพื่อนที่ไม่ได้คุยกันนาน:
"It's been ages! Fill me in on what you've been up to."
(ไม่ได้เจอกันนานเลย! เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?)
เพื่อนโทรมาหาแต่ไม่ได้รับสาย:
"Sorry, I was in a meeting. What's up? Fill me in."
(ขอโทษที พอดีติดประชุมอยู่ มีเรื่องอะไรเหรอ? เล่าให้ฟังหน่อยสิ)
ถามเรื่องราวหลังจากดูข่าว:
"I saw the headline but didn't read the whole article. Can you fill me in on the details?"
(ฉันเห็นแค่หัวข้อข่าว แต่ไม่ได้อ่านทั้งหมด ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยได้ไหม?)
ถามเรื่องราวจากสมาชิกครอบครัว:
"I just got home. Fill me in on what happened while I was out."
(ฉันเพิ่งกลับถึงบ้าน เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าตอนที่ฉันไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นบ้าง)
กลับไปทำงานหลังจากพักฟื้นจากอาการป่วย:
"I'm back at work after being sick. Could someone fill me in on the project status?"
(ฉันกลับมาทำงานแล้วหลังจากป่วย ใครก็ได้ช่วยอัปเดตสถานะของโปรเจกต์ให้หน่อยได้ไหม?)
ขอให้เล่าเรื่องย่อของหนังหรือซีรีส์:
"I'm thinking of watching this series. Can you fill me in on the plot without giving away any spoilers?"
(ฉันกำลังคิดว่าจะดูซีรีส์เรื่องนี้อยู่ ช่วยเล่าเนื้อเรื่องย่อๆ ให้ฟังหน่อยได้ไหมโดยไม่สปอยล์?)
ถามเรื่องความคืบหน้าของสถานการณ์ที่ไม่รู้เรื่อง:
"I heard something happened with the new policy. Could you please fill me in on the situation?"
(ฉันได้ยินมาว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับนโยบายใหม่ ช่วยเล่าสถานการณ์ให้ฟังหน่อยได้ไหม?)
ขอให้เพื่อนร่วมทีมเล่าเรื่องการพัฒนาล่าสุด:
"I just joined the team. Could you fill me in on the latest developments?"
(ฉันเพิ่งเข้าทีมมา ช่วยอัปเดตการพัฒนาล่าสุดให้ฟังหน่อยได้ไหม?)
ถามเพื่อนที่กลับมาจากการเดินทาง:
"How was your trip? Fill me in on all the fun stuff you did!"
(ทริปเป็นยังไงบ้าง? เล่าเรื่องสนุกๆ ทั้งหมดที่เธอทำมาให้ฟังหน่อยสิ!)
การใช้สำนวน fill me in จะช่วยให้บทสนทนาดูเป็นธรรมชาติและเป็นกันเองมากขึ้น เหมือนกับที่เราพูดว่า "เล่าให้ฟังหน่อย" หรือ "สรุปให้ฟังหน่อย" หรือ "เหลามาซิ" ในภาษาไทยนั่นเอง
Fill me in,
Fill me in แปลว่า,
สำนวน Fill me in,
ภาษาอังกฤษ Fill me in,
ตัวอย่างประโยค Fill me in,
วลีภาษาอังกฤษ,
สำนวนภาษาอังกฤษ,
Fill me in ใช้ยังไง,
#ภาษาอังกฤษ
#สำนวน
#วลีภาษาอังกฤษ
#เรียนภาษาอังกฤษ
#FillMeIn
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น