ค้นหาบล็อกนี้

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568

​ใช้ยังไง? "Fill Me In" สำนวนง่ายๆ ที่คนใช้บ่อยที่สุด

 คำว่า "Fill me in" เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้กันบ่อยมาก มีความหมายว่า "บอกข้อมูลที่ฉันยังไม่รู้ให้หน่อย" หรือ "เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฉันฟังหน่อย"

​สำนวนนี้มักจะใช้ในสถานการณ์ที่เราไม่ได้อยู่ร่วมเหตุการณ์ หรือมาถึงทีหลังและอยากรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งหมดแบบสรุปๆ เข้าใจง่าย เหมือนกับเราขอให้คนอื่นช่วย "เติมเต็ม" ข้อมูลที่ขาดหายไปให้เรานั่นเอง



ตัวอย่างบทสนทนา

​สถานการณ์ที่ 1: เพื่อนกลับมาจากการประชุม

​A: Hey, I'm back. I missed the first part of the meeting. Can you fill me in?

(เฮ้ ฉันกลับมาแล้ว ฉันพลาดช่วงแรกของการประชุมไป ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง)

​B: Sure. We just went over the new marketing plan. Let me show you the key points.

(ได้เลย เราเพิ่งพูดคุยกันเรื่องแผนการตลาดใหม่ เดี๋ยวฉันจะบอกประเด็นสำคัญๆ ให้ฟัง)

​สถานการณ์ที่ 2: เพื่อนเพิ่งมาถึงงานปาร์ตี้

​A: Wow, this party is so fun! I just got here. What have I missed? Please fill me in on all the gossip!

(ว้าว ปาร์ตี้นี้สนุกจังเลย! ฉันเพิ่งมาถึงนี่เอง ฉันพลาดอะไรไปบ้างเนี่ย! ช่วยเล่าเรื่องเม้าท์ทั้งหมดให้ฟังหน่อยสิ!)

​B: Oh, you won't believe it! Tom and Lisa are dating now!

(โอ๊ย เธอต้องไม่เชื่อแน่ๆ! ตอนนี้ทอมกับลิซ่ากำลังคบกันอยู่!)

​สถานการณ์ที่ 3: โทรศัพท์คุยกับเพื่อนที่ป่วย

​A: I'm so sorry I couldn't visit you earlier. I heard you've been sick. Fill me in on how you're doing now.

(ฉันขอโทษด้วยนะที่มาเยี่ยมไม่ได้ก่อนหน้านี้ ได้ข่าวว่าไม่สบายอยู่ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เล่าให้ฟังหน่อยสิ)

​B: I'm feeling much better, thanks for asking. I just had a bad fever, but it's gone now.

(ดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณนะที่ถาม แค่เป็นไข้หนักเฉยๆ แต่ตอนนี้หายแล้ว)


​ตัวอย่างเพิ่มเติม

​เพื่อนร่วมงานขาดประชุมไป:

"I was on vacation last week. Could you fill me in on what I missed?"

(ฉันไปพักร้อนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าฉันพลาดเรื่องอะไรไปบ้าง?)

​นัดเจอกับเพื่อนที่ไม่ได้คุยกันนาน:

"It's been ages! Fill me in on what you've been up to."

(ไม่ได้เจอกันนานเลย! เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?)

​เพื่อนโทรมาหาแต่ไม่ได้รับสาย:

"Sorry, I was in a meeting. What's up? Fill me in."

(ขอโทษที พอดีติดประชุมอยู่ มีเรื่องอะไรเหรอ? เล่าให้ฟังหน่อยสิ)

​ถามเรื่องราวหลังจากดูข่าว:

"I saw the headline but didn't read the whole article. Can you fill me in on the details?"

(ฉันเห็นแค่หัวข้อข่าว แต่ไม่ได้อ่านทั้งหมด ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยได้ไหม?)

​ถามเรื่องราวจากสมาชิกครอบครัว:

"I just got home. Fill me in on what happened while I was out."

(ฉันเพิ่งกลับถึงบ้าน เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าตอนที่ฉันไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นบ้าง)

​กลับไปทำงานหลังจากพักฟื้นจากอาการป่วย:

"I'm back at work after being sick. Could someone fill me in on the project status?"

(ฉันกลับมาทำงานแล้วหลังจากป่วย ใครก็ได้ช่วยอัปเดตสถานะของโปรเจกต์ให้หน่อยได้ไหม?)

​ขอให้เล่าเรื่องย่อของหนังหรือซีรีส์:

"I'm thinking of watching this series. Can you fill me in on the plot without giving away any spoilers?"

(ฉันกำลังคิดว่าจะดูซีรีส์เรื่องนี้อยู่ ช่วยเล่าเนื้อเรื่องย่อๆ ให้ฟังหน่อยได้ไหมโดยไม่สปอยล์?)

​ถามเรื่องความคืบหน้าของสถานการณ์ที่ไม่รู้เรื่อง:

"I heard something happened with the new policy. Could you please fill me in on the situation?"

(ฉันได้ยินมาว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับนโยบายใหม่ ช่วยเล่าสถานการณ์ให้ฟังหน่อยได้ไหม?)

​ขอให้เพื่อนร่วมทีมเล่าเรื่องการพัฒนาล่าสุด:

"I just joined the team. Could you fill me in on the latest developments?"

(ฉันเพิ่งเข้าทีมมา ช่วยอัปเดตการพัฒนาล่าสุดให้ฟังหน่อยได้ไหม?)

​ถามเพื่อนที่กลับมาจากการเดินทาง:

"How was your trip? Fill me in on all the fun stuff you did!"

(ทริปเป็นยังไงบ้าง? เล่าเรื่องสนุกๆ ทั้งหมดที่เธอทำมาให้ฟังหน่อยสิ!)


​การใช้สำนวน fill me in จะช่วยให้บทสนทนาดูเป็นธรรมชาติและเป็นกันเองมากขึ้น เหมือนกับที่เราพูดว่า "เล่าให้ฟังหน่อย" หรือ "สรุปให้ฟังหน่อย" หรือ "เหลามาซิ" ในภาษาไทยนั่นเอง


​Fill me in,

​Fill me in แปลว่า,

​สำนวน Fill me in,

​ภาษาอังกฤษ Fill me in,

​ตัวอย่างประโยค Fill me in,

​วลีภาษาอังกฤษ,

​สำนวนภาษาอังกฤษ,

​Fill me in ใช้ยังไง,


​#ภาษาอังกฤษ

​#สำนวน

​#วลีภาษาอังกฤษ

​#เรียนภาษาอังกฤษ

​#FillMeIn



ไม่มีความคิดเห็น: